‘Power struggle between Delhi & Lucknow faction’: SP chief Akhilesh Yadav questions SIT probe in Ram temple donation ‘theft’
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ Thedeshpost.com – การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ส่งผลต่อการสอบสวนคดีการฉ้อโกงเงินบริจาคสำหรับวัดราม ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของทีมสอบสวนพิเศษ (SIT) โดยหัวหน้าพรรคสังคมวัฒนธรรม อคิเลษ ยัดวาด ได้แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินคดีในเรื่องนี้ กล่าวว่าการสืบสวนที่ผ่านมาไม่สามารถสะท้อนความจริงได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากมีอิทธิพลจากกลุ่มการเมืองภายในที่แย่งชิงอำนาจ ความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มภายในพรรค การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ยังคงส่งผลต่อการสอบสวนคดีวัดราม แม้รัฐอูปริชช์จะจัดตั้งทีมสอบสวนพิเศษเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบริจาค แต่ยัดวาดระบุว่า การตัดสินใจเลือกทีม SIT นั้นทำให้เกิดความลำเอียงต่อการสอบสวน ซึ่งสะท้อนถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างสองกลุ่มภายในพรรคสังคมวัฒนธรรม “สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องการฉ้อโกงเงินบริจาคสำหรับวัดราม ไม่ใช่แค่เรื่องของความผิดที่ถูกตั้งข้อหา แต่เป็นการสะท้อนถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของทีมสอบสวน โดยกลุ่มผู้นำเดลลี่ส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ขณะที่กลุ่มลุกคาวาณได้ยึดอำนาจไว้ทั้งหมด” ยัดวาดยังชี้ให้เห็นว่า ทีมสอบสวนพิเศษ…

การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ
Thedeshpost.com – การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ส่งผลต่อการสอบสวนคดีการฉ้อโกงเงินบริจาคสำหรับวัดราม ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของทีมสอบสวนพิเศษ (SIT) โดยหัวหน้าพรรคสังคมวัฒนธรรม อคิเลษ ยัดวาด ได้แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินคดีในเรื่องนี้ กล่าวว่าการสืบสวนที่ผ่านมาไม่สามารถสะท้อนความจริงได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากมีอิทธิพลจากกลุ่มการเมืองภายในที่แย่งชิงอำนาจ
ความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มภายในพรรค
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ยังคงส่งผลต่อการสอบสวนคดีวัดราม แม้รัฐอูปริชช์จะจัดตั้งทีมสอบสวนพิเศษเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบริจาค แต่ยัดวาดระบุว่า การตัดสินใจเลือกทีม SIT นั้นทำให้เกิดความลำเอียงต่อการสอบสวน ซึ่งสะท้อนถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างสองกลุ่มภายในพรรคสังคมวัฒนธรรม
“สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องการฉ้อโกงเงินบริจาคสำหรับวัดราม ไม่ใช่แค่เรื่องของความผิดที่ถูกตั้งข้อหา แต่เป็นการสะท้อนถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของทีมสอบสวน โดยกลุ่มผู้นำเดลลี่ส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ขณะที่กลุ่มลุกคาวาณได้ยึดอำนาจไว้ทั้งหมด”
ยัดวาดยังชี้ให้เห็นว่า ทีมสอบสวนพิเศษ (SIT) ไม่มีอำนาจตรวจสอบโดยอิสระ เนื่องจากขาดการควบคุมจากภายนอก และถูกข่มขู่จากการรับรองโดยฝ่ายกลางเมือง (Delhi) ที่มีอิทธิพลเหนือการเมืองท้องถิ่น ในช่วงที่ผ่านมา ยัดวาดเคยถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการดำเนินคดี โดยขอให้ SIT รับผิดชอบแทนที่จะเป็นหน่วยงานอิสระอย่างสำนักงานนักสืบอาชญากรรม (CBI) หรือสำนักงานสอบสวนเศรษฐกิจ (ED)
การประชุมทางการและมาตรการใหม่
หลังจากที่ประเด็นการใช้จ่ายเงินบริจาคในวัดรามได้รับความสนใจจากประชาชน คณะกรรมการวัดรามจึงจัดประชุมตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง ตามที่แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ Times of India ระบุว่า รัฐอูปริชช์ได้ยุติการเก็บเงินบริจาคจากสังคมพิเศษ (SP) พร้อมทั้งสั่งสอบสวนส่วนตัวที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยัดวาดถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ต่อการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในพรรค
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ยังคงเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสของกระบวนการสอบสวน รัฐบาลลุกคาวาณได้สั่งการตั้งทีมสอบสวนพิเศษเพื่อจัดการกับกรณีนี้ พร้อมทั้งจับกุมบุคคล 8 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในความผิดที่เกิดขึ้น
ประเด็นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ไม่เพียงกระทบต่อกระบวนการสอบสวน แต่ยังสร้างความไม่แน่นอนต่อการรับมือกับการตัดสินใจของรัฐบาลในอนาคต ยัดวาดมีความกังวลว่า ความมุ่งมั่นของ SIT อาจถูกบิดเบือนเพื่อปกป้องกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลจากเดลลี่ ซึ่งทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในหน่วยงานสอบสวน
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างเดลลี่และลุกคาวาณ ได้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการกับข้อกล่าวหาในเรื่องการฉ้อโกงเงินบริจาค ทีมสอบสวนพิเศษ (SIT) ถูกมองว่ามีแนวโน้มอิสระน้อย และไม่สามารถค้นหาความจริงได้อย่างเต็มที่ ตามที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองสังเกตเห็นว่า ความขัดแย้งภายในพรรคสังคมวัฒนธรรมได้เปลี่ยนแนวทางการลงโทษเชิงนโยบาย
