‘None of our MPs will split’: Sharad Pawar’s bold assertion in season of defections
ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคของเราจะแยกตัว Thedeshpost.com – ศารัด ปาวาร์ ประธานพรรคชาติวิพากษ์ (NCP) แสดงความมั่นใจว่า "ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะแยกตัว ไม่มีสมาชิกสภาเมือง 8 คนของพรรคจะเปลี่ยนฝ่ายใดๆ ด้วย" คำยืนยันนี้ถูกกล่าวขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนฝ่ายของพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรครวมชาติ ( Shiv Sena UBT ) และพรรคทินามูล (Trinamool Congress) ที่มีสมาชิกถอนตัวจากพรรคอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในวงการการเมือง ความมั่นคงของพรรคและกระบวนการย้ายพรรค ในคำสัมภาษณ์ที่เปิดเผยโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตบารัมตี ศูรียา ซูเล…

ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคของเราจะแยกตัว
Thedeshpost.com – ศารัด ปาวาร์ ประธานพรรคชาติวิพากษ์ (NCP) แสดงความมั่นใจว่า “ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะแยกตัว ไม่มีสมาชิกสภาเมือง 8 คนของพรรคจะเปลี่ยนฝ่ายใดๆ ด้วย” คำยืนยันนี้ถูกกล่าวขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนฝ่ายของพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรครวมชาติ ( Shiv Sena UBT ) และพรรคทินามูล (Trinamool Congress) ที่มีสมาชิกถอนตัวจากพรรคอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในวงการการเมือง
ความมั่นคงของพรรคและกระบวนการย้ายพรรค
ในคำสัมภาษณ์ที่เปิดเผยโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตบารัมตี ศูรียา ซูเล ได้ตั้งคำถามว่า “ทำไมบางคนถึงไม่ยุยงฉันก่อน? ทำไมพวกเขาถึงปล่อยฉันไว้?” เธอชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรค NCP ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8 คนและสมาชิกสภาเมือง 10 คน ว่าการย้ายพรรคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่สามารถรับประกันความยั่งยืนได้
ศารัด ปาวาร์ ได้ตั้งใจย้ำว่า “ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะแยกตัว แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนฝ่ายแพร่หลายในพรรคใหญ่ แต่เราได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างดี” คำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามที่จะรักษาความเป็นหนึ่งเดียวของพรรค แม้จะมีการแข่งขันทางการเมืองที่รุนแรง
ผลกระทบจากกฎหมายต่อต้านการเปลี่ยนฝ่าย
กฎหมายต่อต้านการเปลี่ยนฝ่าย (Anti-defection Act) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการแบ่งแยกพรรค แต่ยังไม่สามารถยับยั้งการเปลี่ยนฝ่ายได้เต็มที่ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 ใน 3 คนมีสิทธิ์ย้ายพรรคได้โดยไม่ต้องเผชิญผลร้ายแรง ทำให้การรบกวนทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพรรค NCP การเปลี่ยนฝ่ายจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 6 คนเพื่อเข้าร่วมฝ่ายใหม่ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ซับซ้อน ศารัด ปาวาร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างรัฐบาลฝ่ายรวมกำลัง (Maha Vikas Aghadi) ปี 2019 ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนฝ่ายของสมาชิกที่ถูกยุยงอย่างรุนแรง
การเมืองยุคปี 2567 และการย้ายฝ่าย
ในปี 2567 พรรค NCP ได้พยายามรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างสมาชิกที่ยังคงเชื่อมั่นในพรรค แต่การเจรจาล้มเหลวหลังจากที่อาจิต ปาวาร์ ผู้เป็นพ่อของศูรียา ปาวาร์ ผู้นำของพรรคปัจจุบัน เสียชีวิตในเดือนมกราคม 2569 ทำให้สถานการณ์ยังคงไม่มั่นคง
ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายฝ่ายอยู่เพียง 9 คน แต่การเปลี่ยนฝ่ายนี้ยังคงส่งผลกระทบอย่างมาก ศูรียา ซูเล ระบุว่า “ถ้าไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะแยกตัว ทุกอย่างจะยังคงอยู่ในเสถียรภาพ” แต่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้การเมืองใน Maharashtra เกิดความไม่แน่นอน
ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคและสมาชิกสภา
ศูรียา ซูเล ชี้ให้เห็นว่า พรรคฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคความร่วมมือ (Congress) ได้เคยสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มตัวในเรื่องสำคัญ เช่น การผ่านกฎหมายภาษี GST ทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้แรงกดดันทางการเมือง ทำให้เธอสงสัยว่า “ทำไมการเปลี่ยนฝ่ายจึงกลายเป็นเรื่องปกติ?”
เธอตั้งคำถามว่า หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเปลี่ยนฝ่าย ใครจะเป็นเสียงแทนประชาชนทั่วไป? การที่ “ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะแยกตัว” อาจเป็นเพียงคำพูดเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ความเป็นจริงยังคงต้องรอดู
ความท้าทายในอนาคตของพรรค NCP
การเปลี่ยนฝ่ายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการเมืองใน Maharashtra แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพรรค NCP ศารัด ปาวาร์ ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการสร้างรัฐบาลฝ่ายรวมกำลัง ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการสูญเสียอำนาจภายในพรรค
ในขณะนี้ ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนฝ่ายยังคงส่งผลต่อศารัด ปาวาร์ และศูรียา ปาวาร์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเตรียมการเลือกตั้งใหม่ในปี 2572 การที่ “ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะแยกตัว” ถือเป็นการป้องกันภัยคุกคามที่สำคัญ แต่ยังต้องพิสูจน์ได้ในอนาคต
